3 ขั้นตอน ที่จะทำให้เป้าหมายช่วงปีใหม่ของท่าน ประสบความสำเร็จ

ถึงเวลาปีใหม่มาอีกแล้วครับ!
หากคุณเป็นคนหนี่ง ที่มีความคิดว่า วันที่ 1 มกราคม จะนำแรงบันดาลใจที่ยิ่งใหญ่ ที่จะเป็นไปได้สำหรับปีที่จะมาถึงนี้

เช่น

  • ลดน้ำหนัก
  • วิ่งทุกวัน
  • เข้ายิม
  • เล่นเฟสบุคให้น้อยลง
  • สร้างธุรกิจให้เติบโต

ไม่ว่าท่านจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ในปีใหม่ นี่คือข่าวสำคัญสำหรับท่าน…

สารบัญเนื้อหา

  1. เลือกเหตุการณ์สำคัญที่มีประสิทธิภาพ
  2. การให้รางวัล
  3. การลงมือทำซ้ำ ๆ

การรอปีใหม่ เพื่อเริ่มต้นสิ่งใหม่ เป็นสิ่งที่สูญเสียอย่างยิ่ง ทั้งเวลาและผลลัพท์

ท่านอาจจะมีความตั้งใจอะไรใหม่ๆ นั่นเป็นสิ่งดี แต่ มันจะเป็นช่วงเวลาที่สั้นมากๆ

จากสถิติ ที่มีการวิจัย มีผู้คนเพียง 8% เท่านั้น ที่ทำตามความตั้งใจจนประสบความสำเร็จ

แล้วอีก 92% ล่ะ…?

ถ้าท่านไปสอบถามพวกเขา ก็จะได้รับคำตอบทำนองว่า คอร์สลดน้ำหนักที่ใช้นั้นไม่ได้ผล หรือ ที่ยิมมีคนเยอะเกินไป พวกเขาก็จะมาพร้อมเหตุผลที่จะอธิบายว่าทำไมจึงทำมันไม่สำเร็จ

และเราก็จะมีความตั้งใจเช่นนี้ทุกปี ใช่ไหมครับ?

อะไรคือความแตกต่างระหว่างผู้ที่บรรลุเป้าหมายจริง กับผู้ที่มีข้อแก้ตัวทุกปี?

ท่านต้องลองนั่งลงแล้วใช้ความคิด เพราะสมองของท่านตอนนี้กำลังมุ่งไปสู่ความสำเร็จ!

เรามีสมองที่ชาญฉลาด สามารถทำงานโดยอัตโนมัติ มีการทำงานอย่างเป็นรูปแบบ และเรียนรู้อย่างเป็นขั้นตอน และที่สำคัญที่สุดมีพฤติกรรมสร้างนิสัย ซื่งเมื่อสมองสร้างนิสัยแล้วจะเปลี่ยนแปลงได้ยากมากๆ มันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

แต่ไม่ได้หมายความว่า ท่านจะเริ่มต้นอะไรใหม่ๆ ไม่ได้

การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนสามารถทำได้โดยผ่านพลังของการสร้างนิสัย

คนส่วนใหญ่ที่ล้มเหลว มักจะตั้งเป้าหมายไว้ที่ความสำเร็จปลายทาง แต่จะไม่ให้ความสำคัญกับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ ในระหว่างทางที่จะไปถึงเป้าหมาย

ดังนั้นหากท่านมีแรงจูงใจอย่างแท้จริงที่จะสร้างผลลัพธ์ที่แตกต่างในชีวิต ท่านจำเป็นต้องเลิกนิสัยที่ไม่ดีและแทนที่นิสัยเหล่านั้นด้วยผลลัพธ์ที่มีประสิทธิผล

แล้วท่านจะกำจัดนิสัยเหล่านั้นได้อย่างไร?

ต้องเริ่มต้นด้วยการสำรวจตรวจสอบ

คนเพ้อฝันจะคิดถึงแต่รางวัลที่จะได้รับ ในขณะที่นักลงมือทำ จะต้องเข้าใจก่อนว่าเขาต้องการอะไรและทำอย่างไรถึงจะได้มา

ผมจะยกตัวอย่างของผมเอง ว่าในปีที่ผ่านมายังไม่สำเร็จตามเป้าหมาย ด้วยการตั้งคำถามดังนี้

  • ฉันออกกำลังมากแค่ไหน
  • ฉันกินเยอะแค่ไหน
  • ฉันอ่านหนังสือมากแค่ไหน
  • ฉันเชื่อมความสัมพันธ์กับผู้มุ่งหวังใหม่มากแค่ไหน
  • ฉันทำเฟสบุคไลฟ์บ่อยไหม
  • ฉันติดตามรายชื่อบ่อยแค่ไหน

จากการสำรวจหรือตรวจสอบ พบว่า

  • ฉันไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย
  • ฉันกินเยอะมาก
  • ฉันไม่ค่อยได้อ่านหนังสือในช่วงปีที่ผ่านมา
  • ฉันไม่ค่อยได้สร้างมูลค่าในธุรกิจให้กับผู้คน

จงตรวจสอบกิจวัตรประจำวันของท่านและเอานิสัยที่ต้องการมาแทนที่
เมื่อท่านเห็นภาพและเข้าใจชัดเจนแล้วว่า ท่านอยู่ตรงไหนและต้องการจะไปที่ไหน ก็มาถึงหัวใจสำคัญของบทความนี้แล้วครับ

ศาสตร์แห่งการสร้างนิสัย

ในหนังสือ สร้างความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้วยนิสัยแค่ 1% ( The Power of Habit : Charles Duhigg) ได้อธิบายกระบวนการที่สมองใช้สำหรับสร้างนิสัยไว้ ดังนี้

สมองของคนเราไม่อยากเสียพลังงานโดยไม่จำเป็น ดังนั้นถ้าสมองต้องคิดเรื่องอะไรซ้ำๆ สมองจะเปลี่ยนสิ่งนั้นให้กลายเป็นนิสัย กิจกรรมที่ตอนแรกต้องใช้ความคิด จึงกลายเป็นนิสัยที่เราทำไปโดยอัตโนมัติ กระบวนการเกิดนิสัยนั้นมี 3 ขั้นตอนคือ

  1. มีสัญญาณภายนอกเช่นนาฬิกาปลุกดัง
  2. สมองสั่งให้ร่างกายทำตามนิสัยที่คุ้นเคย เช่น เดินไปห้องน้ำแล้วแปรงฟันโดยไม่ต้องคิด
  3. สมองรู้สึกดีที่ได้ทำ เช่น แปรงฟันแล้วรู้สึกว่าลมหายใจหอมสดชื่น สมองจะจดจำไว้ว่าวันหลังก็ให้ทำนิสัยนั้นอีก เพราะทำแล้วรู้สึกดี

เมื่อเราทำอะไรเป็นนิสัยแล้วมันจะเลิกยากเสมอ ดังนั้นเรามาสร้างนิสัยแห่งความสำเร็จกันเลยดังนี้ 

ขั้นตอนที่ 1 เลือกเหตุการณ์สำคัญที่มีประสิทธิภาพ 

ขั้นตอนแรกของการเปลี่ยนนิสัย ก็คือการเลือกสัญญาณที่จะทำให้เกิดการตอบสนองที่มีประสิทธิภาพ

มันอาจจะเป็นอะไรก็ได้ตั้งแต่โน๊ตง่ายๆ หน้าตู้เย็น ไปจนถึงสิ่งที่ซับซ้อน เช่น การตั้งนาฬิกาปลุก เพื่อให้เปิดวิทยุฟังสถานีที่จะพาท่านให้เกิดความคิดที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ 

สมมุติว่าเป้าหมายของท่านคือการวิ่ง 30 นาทีในตอนเช้า 
อะไรที่จะเตือนให้ท่านออกไปวิ่ง 

  • ตั้งค่าการเตือนบนโทรศัพท์มือถือของคุณ?
  • แขวนโปสเตอร์ของนักกีฬาอาชีพบนผนังของคุณ?
  • วางรองเท้าวิ่งของท่าน ไว้บนพื้นข้างๆเตียง เพื่อที่จะเตือน หรือท่านเดินสะดุดรองเท้าทุกเช้าใช่ไหม?

ท่านสามารถใช้ตัวชี้นำหรือสิ่งกระตุ้นแตกต่างกันที่เหมาะสมสำหรับท่าน 
เป้าหมายก็คือการหาว่าอะไรเหมาะสมสำหรับท่าน 

ขั้นตอนที่ 2 การให้รางวัล

รางวัลในการเริ่มสร้างนิสัยของท่าน จำเป็นต้องให้แรงจูงใจในทันที และไม่อาจปฏิเสธได้ดังนั้นท่านจะเริ่มโหยหามันทันทีที่ได้รับการเตือนจากเหตุการณ์ในขั้นตอนที่ 1 

มีอะไรที่สามารถจูงใจท่านได้ 

  • ช็อกโกแลตที่แสนอร่อยที่รอท่านอยู่เมื่อกลับมาจากการวิ่งจ๊อกกิ้งในตอนเช้า
  • ละครเรื่องฮิตที่ท่านกำลังติดตาม โดยบันทึกเอาไว้พร้อมจะกลับมาเปิดดูหลังจากทำกิจกรรมเสร็จ
  • หรือวิดีโอตลกที่เมื่อท่านดูกี่ครั้งก็ยังตลกและไม่เบื่อ

ขั้นตอนนี้อาจยุ่งยากเล็กน้อย โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไป เมื่อท่านไม่ได้รับแรงจูงใจจากรางวัลดังกล่าวอีกต่อไป ซึ่งอาจทำให้ท่านหลงลืม หรือละเลยการกระทำได้

หลังจากทำกิจกรรมสร้างนิสัยไป 2-3 วันท่านควรถามตัวเองว่ายังอยากได้รางวัลที่เลือกไว้อยู่หรือไม่ 

หากไม่เป็นเช่นนั้นก็ถึงเวลาเลือกรางวัลใหม่เพื่อสร้างนิสัยที่มีประสิทธิภาพ

ขั้นตอนที่ 3 ซึ่งสำคัญที่สุด คือการลงมือทำซ้ำ ๆ

เมื่อเลือกเหตุการณ์หรือสัญญาณเตือนและรางวัลได้แล้วก็ถึงเวลาเริ่มลงมือปฏิบัติ โดยทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันและสร้างพันธสัญญาอย่างแท้จริงว่าจะต้องทำตามแผนที่วางไว้ให้ได้

ท่านอาจจะต้องเขียนแผนงานที่จะทำและบันทึกไว้ในสมองอย่างหนักแน่น และไม่มีวันลืมเช่น 

เมื่อใดที่ [มีการเตือน] ฉันจะ [ออกไปทำ] เพื่อที่จะ [ได้รับรางวัล]

ยกตัวอย่างการออกไปวิ่งในทุกเช้า

เมื่อฉันตื่นขึ้นมาเห็นรองเท้าที่ข้างเตียงฉันจะออกไปวิ่งเพื่อที่จะกลับมากินช็อกโกแลตอันแสนอร่อย

ท่านได้ไอเดียแล้วใช่ไหมครับ
และตอนนี้ท่านก็มาถึงการตั้งเป้าหมาย โดยที่เป้าหมายนั้นจะต้องเป็น

เป้าหมายเชิงปริมาณและลงมือทำได้

และนี่คือตัวอย่างเป้าหมายในปีนี้ของผมครับ

  • สร้างผู้ติดตามใหม่ 10,000 คน ในช่องทาง อีเมล เฟสบุค ยูทูป อินสตราแกรม ไลน์
  • สร้างความสัมพันธ์กับผู้ติดตามด้วยการให้คุณค่า ผ่านทาง อีเมล บทความ วีดีโอ ไฟล์เสียง ทุกวัน
  • สร้างลูกค้าให้เข้ามาเรียน คอร์สออนไลน์ จำนวน 1,000 คน

เป้าหมายของท่านที่จะทำให้สำเร็จในปี 2020 นี้คืออะไร แบ่งปันให้ผม และท่านอื่นได้ทราบด้วยการเขียนลงคอมเมนต์ ใต้บทความนี้ได้เลยครับ

ขอให้ท่านประสบความสำเร็จตามที่ได้ตั้งเป้าหมายไว้ครับ
เชษฐวิทย์ สิงขร


บทความนี้เป็นอย่างไร แสดงความคิดเห็น หรือ ส่งคำถามได้ที่นี่